ดราก้อนไทเกอร์ หรือ เสือมังกร

    66

    ดราก้อนไทเกอร์ หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เสือมังกร คือไพ่ที่ถูกปรับปรุงมาจากไพ่ บาคาร่า ซึ่งการเล่นไพ่เสือมังกรนั้นค่อนข้างจะแตกต่างจากการเล่นบาคาร่าอยู่พอสมควร

    เนื่องจากการเล่นบาคาร่านั้นมีกฎกติกาการเล่นที่อาจทำให้ผู้เล่นเกิดความสับสน และ ในบางครั้งอาจมีการโกงเกิดขึ้นได้จากการที่ฝั่งเจ้ามือ (Banker) นั้นจะจั่วหรือไม่จั่วนั่นเองยกตัวอย่างเช่น เราเลือกแทงฝั่ง Banker เมื่อเปิดไพ่ออกมาปรากฏว่าเจ้ามือมี 6 แต้มส่วนฝั่ง Player มีแค่ 5 แต้มจากการเปิดไพ่ครบ 3 ใบแล้วแต่อยู่ๆเจ้ามือกลับเรียก ไพ่ใบที่ 3 มาทำให้แต้มจาก 6 แต้มกลายมาเป็น 0 สุดท้ายกลายเป็นเราเสียเงินซะเอง นี่จึงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้การเล่นไพ่เสือมังกรจึงปรับปรุงให้ไม่มีการจั่วไพ่เพิ่ม ใช้เพียงแค่ไพ่ใบเดียวเท่นั้นในการตัดสินไปเลยตัดสินกันไปเลยว่าฝ่ายไหนจะเป็นฝ่ายชนะ โดยการเล่นเสือมังกรจะแบ่งเป็นออกเป็น 2 ฝ่ายนั่นก็คือฝ่ายเสือ (Tiger) และฝ่ายมังกร (Dragon) ถ้าหากฝ่ายไหนได้ไพ่ที่มีแต้มสูงกว่าฝ่ายนั่นก็จะเป็นฝ่ายที่ชนะไปง่ายๆ เลยและไม่ต้องมานั่งหงุดหงิดหรือคาใจจากการเรียกไพ่ที่มั่วซั่วของฝั่งเจ้ามือ

    ไพ่เสือมังกรคือเกมไพ่ที่ค่อนข้างจะได้รับความนิยมอย่างมากในบ่อนรวมไปถึงคาสิโนออนไลน์ ไม่แพ้เกมอื่นๆเลยทีเดียว ซึ่งตัวเกม เสือมังกร นั้นจะมีวิธีการเล่นที่คล้ายคลึงกับ เกมบาคาร่า หรือไพ่ป็อกเด้ง นั่นเอง ซึ่งจะมีวิธีการเล่นดังนี้

    เมื่อผู้เล่นล็อกอินเข้าสู่หน้าเกมแล้ว ให้ผู้เล่นทำการเลือกไปที่เกมคาสิโน ออนไลน์ต่อจากนั้นก็เลือกไปที่เกมเสือมังกรเมื่อเข้ามาสู่ห้องแล้วให้ทำการเลือกโต๊ะเสือ มังกร ที่ต้องการจะเล่น ซึ่งจะมีโต๊ะให้เลือกเล่นหลากหลายเลยทีเดียว โดยวิธีการเล่นของเกม เสือมังกร นั้นผู้เล่นสามารถเลือกวางเดิมพันตามที่ตัวเองต้องการได้เลย โดยทางเว็บนั้นจะกำหนดฝั่งมาทั้งหมด 3 ฝั่งดังนี้  1.ฝั่งเสือ(Tiger) 2.ฝั่งมังกร(Dragon) และ 3.แทงเสมอ(Tie) เมื่อทำการเลือกฝั่งที่จะเดิมพันเรียบร้อยแล้วเจ้ามือจะคัดไพ่ทิ้ง 1 ใบแล้วถึงจะเปิดไพ่ทีละฝั่ง เมื่อเปิดไพ่เรียบร้อยแล้วก็จะนำแต้มที่ออกมาวัดกันโดยฝ่ายไหนที่มีแต้มใหญ่กว่าฝั่งนั้นก็จะชนะไป ผู้เล่นที่วางเดิมพันฝั่งนั้นก็ได้เงินไป แต่ถ้าหากว่าไพ่ทั้งสองใบนั้นออกมาเสมอกัน ทางเจ้ามือก็จะหักเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งจากผู้เล่นที่เลือกแทงฝั่งเสือหรือมังกร ซึ่งวิธีการเล่นนั้นก็จะดูคล้ายคลึงกับเกมการเล่นไพ่บาคาร่านั่นเอง

    โดยเกมไพ่เสือมังกรจะมีอัตราการจ่ายดังนี้

    อัตราการจ่ายในไพ่ เสือมังกร เช่น

    แทงฝั่งเสือ(Tiger) แทง 1 จ่าย 1

    แทงฝั่งมังกร(Dragon) แทง 1 จ่าย 1

    แทงเสมอ(Tie) แทง 1 จ่าย 8

    หรือ เช่น

    แทงเสือ จะเป็นผู้ชนะ อัตราจ่าย 1 : 1

    แทงมังกร จะเป็นผู้ชนะ อัตราจ่าย 1 : 1

    แท่งไพ่คู่ อัตราจ่าย 1 : 11

    แทงไพ่เสมอ อัตราจ่าย 1 : 30

    แต้ม เสือ มังกร ของแต่ละใบ

    การนับแต้มไพ่ เสือ มังกร มีดังนี้

    ไพ่ A = 1 แต้ม

    ไพ่ 2 = 2 แต้ม

    ไพ่ 3 = 3 แต้ม

    ไพ่ 4 = 4 แต้ม

    ไพ่ 5 = 5 แต้ม

    ไพ่ 6 = 6 แต้ม

    ไพ่ 7 = 7 แต้ม

    ไพ่ 8 = 8 แต้ม

    ไพ่ 9 = 9 แต้ม

    ไพ่ 10 = 10 แต้ม

    ไพ่ J = 11 แต้ม

    ไพ่ Q = 12 แต้ม

    ไพ่ K = 13 แต้ม

    โดยกติกาการเล่นไพ่เสือมังกร มีดังนี้

    กติกาแทง เสือหรือมังกร : การนับแต้มหากพบกรณีที่มีเลขเหมือนกัน ก็จะวัดกันที่ดอกของไพ่เรียงตามลำดับไว้ดังนี้ เสือ 9 ดอกจิก มังกร 9 โพแดง = มังกรชนะ

    กติกาแทงไพ่คู่ : คือกรณีที่ไพ่เปิดออกมาแล้วเป็นเลขคู่ทั้ง 2 ฝั่งโดยจะไม่นับดอก หากผู้เล่นเลือกวางเดิมพันไว้ช่องไพ่คู่ ถึงจะได้รับเงิน ยกตัวอย่างดังนี้ ฝั่งเสือเป็น 7 โพแดงส่วนฝั่งมังกรเป็น 7 โพดำ ซึ่งถ้าหากเลือกวางเดิมพันที่ไพ่คู่ผู้เล่นก็จะได้รับเงินนั่นเอง ส่วนในกรณีผู้เล่นวางเดิมพันที่ฝั่ง เสือ หรือ มังกร ก็จะวัดตามดอกที่กำหนดไว้ เช่น เสือ 7 โพแดง มังกร 7 โพดำ ฝั่งที่ชนะนั่นก็คือฝั่งมังกร

    กติกาแทงเสมอ : หากผู้เล่นเลือกวางเดิมพันในช่อง “ เสมอ ” ไพ่และดอกของทั้งสองฝ่ายจะต้องเท่ากันเช่น เสือ 10 โพดำ มังกร 10 โพดำและถ้าหากว่าในตานั้นผู้เล่นเลือกวางเดิมพันในช่องเสือหรือมังกร ในขณะที่แต้มของไพ่ทั้งสองฝั่งออกมาเสมอกัน ฝ่ายเจ้ามือจะเป็นฝ่ายได้เงินเดิมพันไป

    ด้วยความที่เล่นสนุก มีกติกาการเล่นที่เข้าใจง่ายและไม่ซับซ้อน และยังเป็นเกมที่รู้ผลได้รวดเร็วทันใจไม่ต้องลุ้นว่าจะมีการโกงเกิดขึ้นหรือไม่จึงทำให้เกมเสือมังกรได้รับความนิยมอย่างมาก และถ้าหากว่าคุณเคยเล่นบาคาร่ามาก่อนและสามารถอ่านไพ่หรือดูสถิติได้รับรองว่านี้จะเป็นเกมที่ทำเงินให้กับผู้เล่นได้อย่างแน่นอน